Pay in 4 interest-free payments of $6.36 Learn more
Shipping Estimate
USA
- USA
- CAN
- USA
- CAN
Ships within 48 hours · Estimated delivery Sep 3 - Sep 8
Pay in 4 interest-free payments of $6.36 Learn more
Ships within 48 hours · Estimated delivery Sep 3 - Sep 8
what is semaglutide peptide GLP-1 Receptor Agonist Research Reference Strength:2.4mg Soy-Free Compounding Pharmacy AZ |
Compounding Pharmacy AZ | Scottsdale AZ
Food intake is known to change during the menstrual and/or estrous cycle, with women significantly reducing their food intake in the peri-ovulatory period ( Figure 1 )
Soy-Free
Strength:2.4mg
ศิดายุ สุริยะ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยาในกลุ่ม glucagon-like peptide-1 receptor agonists (GLP-1 RAs) เป็นยากลุ่มใหม่ที่มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของการรักษาโรคหัวใจและเมตาบอลิกอย่างยิ่ง จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการลดน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาล โดยยานี้มีฤทธิ์ในการปกป้องระบบหัวใจและเมตาโบลิกร่วมด้วย ยากลุ่มนี้มีหลักฐานจากการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ว่าสามารถลดและป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดและชะลอการเสื่อมของไต โดยผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก (รูปที่ 1) รูปที่ 1 การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของยากลุ่ม GLP-1 RAs จากการควบคุมระดับน้ำตาลและลดน้ำหนักสู่การปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค บทความในหัวข้อนี้จะแบ่งเป็นสองตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 กลไกการป้องกันโรคหัวใจและเมตาบอลิกของยาในกลุ่ม GLP-1 RAs ที่นอกเหนือไปจากการลดน้ำหนัก โดยเป็นการทบทวนองค์ความรู้และหลักฐานการศึกษาทางคลินิกที่สำคัญในปัจจุบัน และตอนที่ 2 กล่าวถึงประโยชน์ของยากลุ่มนี้ทางเมตาโบลิกที่เหนือกว่าการลดน้ำหนัก และทิศทางการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยากลุ่มนี้ในอนาคต ชีววิทยาและการกระจายตัวของ GLP-1 Receptor ในระบบต่าง ๆ ชีววิทยาและการกระจายตัวของ การที่ GLP-1 Receptor (GLP-1R) มีการแสดงออกและพบกระจายตัวในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกายนั้นเป็นจุดสำคัญในการอธิบายผลการศึกษาทางคลินิก ที่พบผลลัพธ์ที่หลากหลาย (pleiotropic effects) ของยากลุ่ม GLP-1 RAs การแสดงออกของ GLP-1R และตำแหน่งในระดับเซลล์ การแสดงออกของ GLP-1R นั้นพบได้ในหลายอวัยวะ ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับหน้าที่ทางสรีรวิทยาที่แตกต่างกัน ตับอ่อน: พบ GLP-1R หนาแน่นที่สุดในเบตาเซลล์ (β-cells) ซึ่งทำหน้าที่หลั่งอินซูลิน สอดคล้องกับบทบาทหลักของ GLP-1 ในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินที่ขึ้นกับระดับน้ำตาล (glucose-dependent insulinotropic action) ระบบหัวใจและหลอดเลือด: พบ GLP-1R ในเซลล์กล้ามเนื้อเรียบของผนังหลอดเลือด เซลล์บุผนังหลอดเลือด และที่สำคัญคือในเซลล์กล้ามเนื้อของ sinoatrial node ซึ่งอธิบายการเพิ่มขึ้นของอัตราการเต้นของหัวใจ 2 – 10 ครั้งต่อนาทีเมื่อใช้ยากลุ่ม GLP-1 RAs ชนิดออกฤทธิ์ยาว ระบบประสาทส่วนกลาง: พบ GLP-1R หนาแน่นในบริเวณที่ควบคุมสมดุลพลังงานและความอยากอาหาร เช่น paraventricular nucleus และ arcuate nucleus ใน hypothalamus, nucleus tractus solitarius และ area postrema ในบริเวณก้านสมอง ยากลุ่มนี้จึงมีผลต่อการยับยั้งความอยากอาหารและการควบคุมเมตาบอลิซึมโดยรวมด้วย ไต: พบ GLP-1R ในเซลล์บุผนังท่อไต และเซลล์กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดแดงในไต การกระจายตัวนี้เป็นปัจจัยโดยตรงต่อฤทธิ์เพิ่มการขับโซเดียม (natriuresis) และการปกป้องท่อไต ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทในการปกป้องไต (nephroprotection) ที่ชัดเจนของยากลุ่มนี้ ระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน: พบ GLP-1R ในเซลล์ต่าง ๆ ของทางเดินอาหาร เช่น Brunner’s glands และเซลล์ประสาท myenteric plexus นอกจากนี้ยังพบการแสดงออกในเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่นmacrophages และ T cells ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณสมบัติต้านการอักเสบ กลไกการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดที่นอกเหนือจากการลดน้ำหนัก ประโยชน์ของยากลุ่ม GLP-1RAs ต่อระบบหัวใจและเมตาบอลิกนั้นไม่ได้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกลไกการออกฤทธิ์ที่ซับซ้อนหลายประการที่มีผลต่อพยาธิสภาพของผนังหลอดเลือดแดง และระบบภูมิคุ้มกันโดยตรงอีกด้วย ดังนี้ การออกฤทธิ์โดยตรงต่อหลอดเลือดและการป้องกันเซลล์บุผนังหลอดเลือด การป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis): มีหลักฐานชัดเจนว่าพบ GLP-1R ใน atherosclerotic plaques ดังนั้นการกระตุ้น GLP-1R โดยตรงนั้นอาจช่วยขจัดคอเลสเตอรอลออกจาก macrophages และยับยั้งกระบวนการอักเสบ และป้องกันไม่ให้ macrophages เปลี่ยนเป็น foam cells ที่มีไขมันสะสม การฟื้นฟูการทำงานของเซลล์บุผนังหลอดเลือด: โดยการเพิ่มการผลิตและการทำงานของ nitric oxide (NO) ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ช่วยขยายหลอดเลือด การปรับการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด: ยากลุ่ม GLP-1RAs นี้ยับยั้งการเพิ่มจำนวนและย้ายที่ของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในผนังหลอดเลือด ซึ่งส่งผลให้คราบพลัคมีความเสถียรมากขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการแตกของ atherosclerotic plaques ผลต่อการต้านการอักเสบและการปรับเปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกัน ผลในการต้านการอักเสบนี้มีส่วนโดยตรงต่อการฟื้นฟูการทำงานของเซลล์บุผนังหลอดเลือด และเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดแดงเข็ง การยับยั้ง Nuclear Factor-κB (NF-κB): มีผลลดการผลิตไซโตไคน์ที่ส่งเสริมการอักเสบ เช่น Interleukin-6 (IL_6) และ Tumor Necrosis Factor-alpha (TNF- α) การปรับสมดุลของ macrophage (macrophage polarization): มีผลให้ macrophage เปลี่ยนจากชนิด M1 ที่ส่งเสริมการอักเสบ ไปเป็นชนิด M2 ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กลไกการป้องกันไต ผลต่อเซลล์ไตโดยตรง: การกระตุ้น GLP-1R บนเซลล์ไตโดยตรงมีผลในการป้องกันเซลล์บุผนังท่อไต (tubular cells) โดยลดการบาดเจ็บและการตายของเซลล์ และรักษาการทำงานของ podocyte ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในหน่วยกรองไต และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดภาวะอัลบูมินในปัสสาวะ การยับยั้ง ferroptosis: ยากลุ่ม GLP-1 RAs มีผลในการปกป้องเซลล์จากการเกิด ferroptosis และปรับโครงสร้างการเผาผลาญธาตุเหล็ก โดย ferroptosis คือ กลไกการตายของเซลล์ท่อไตที่ต้องอาศัยธาตุเหล็กเป็นตัวกระตุ้น ผลต่อการต้านการอักเสบและการเกิดพังผืด: ยากลุ่ม GLP-1 RAs สามารถลดการแทรกซึมของเซลล์อักเสบเข้ามาในเนื้อไต และยับยั้ง Transforming growth factor-β(TGF-β) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการสร้างพังผืดในไต ผลต่อพลศาสตร์ของไต: ยากลุ่มนี้ข่วยส่งเสริมการขับโซเดียมออกจากร่างกาย (natriuresis) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะการกรองที่มากเกินไป (hyperfiltration) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน การเปรียบเทียบกลไกของยากลุ่ม GLP-1 RAs กับยากลุ่ม SGLT2 inhibitors ยา GLP-1 RAs และ Sodium-glucose cotransporter-2 (SGLT-2) inhibitors นั้นมีประโยชน์ในการป้องกันไตเสื่อม และได้รับการยืนยันถึงประโยชน์ในทางปฏิบัติผ่านการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ โดยยาทั้งสองกลุ่มนี้มีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน และสามารถใช้ยาทั้งสองกลุ่มนั้นสามารถทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ หลักฐานจากการศึกษาทางคลินิกที่สำคัญด้านหัวใจและหลอดเลือดและไต LEADER: พบว่ายา liraglutide ลดความเสี่ยงของ MACE (การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายที่ไม่ถึงแก่ชีวิต หรือโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ถึงแก่ชีวิต) ได้ร้อยละ 13 และลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ 22 รวมถึงลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุร้อยละ 15 SUSTAIN-6: พบว่ายา semaglutide สามารถลดความเสี่ยงของ MACE ได้ร้อยละ 26 โดยผลลัพธ์ที่โดดเด่นที่สุด คือ การลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ถึงแก่ชีวิตได้ร้อยละ 39 HARMONY Outcomes: พบว่ายา albiglutide ลดความเสี่ยง MACE ได้ร้อยละ 22 ทั้งที่กลุ่มที่ได้รับยามีน้ำหนักลดลงต่างจากกลุ่มยาหลอกเพียง 6 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นหลักฐานที่สนับสนุนว่ายามีผลการป้องกันที่ไม่ขึ้นกับการลดน้ำหนัก REWIND: พบว่ายา dulaglutide นั้นให้ประโยชน์ในการป้องกันปฐมภูมิ (primary prevention) โดยในการศึกษานี้มีประชากรที่มีความเสี่ยงสูงที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ก่อนเพียงร้อยละ 31 โดยยา dulaglutide สามารถลดความเสี่ยง MACE ลงได้ร้อยละ 12 และเป็นการศึกษาที่ติดตามผลยาวนานที่สุด (4 ปี) FLOW trial: เป็นการศึกษาแรกที่ประเมินผลลัพธ์ทางไตโดยเฉพาะของยา semaglutide และต้องหยุดการศึกษาก่อนกำหนดเนื่องจากพบประสิทธิภาพในการป้องกันไตที่ชัดเจน โดยพบว่ายา semaglutide สามารถลดความเสี่ยงของเหตุการณ์สำคัญทางไตได้ถึงร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับยาหลอก นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถชะลอการลดลงของอัตราการกรองของไต (eGFR) ได้ หลักฐานทางการศึกษาสนับสนุนว่าประโยชน์ของ GLP-1 RAs ไม่ขึ้นกับการลดน้ำหนัก จาก LEADER เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลในการลดความเสี่ยงทางหัวใจและหลอดเลือด พบว่าน้ำหนักตัวมีผลน้อยมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ระดับ HbA1c และระดับโปรตีนในปัสสาวะ (urinary albumin-creatinine ratio
US$ 26.80
US$ 22.09
US$ 26.50
US$ 27.69
US$ 27.52
US$ 28.95
US$ 22.44
US$ 23.65